รักสุดท้าย...ของผู้ชายปากแข็ง
Killer_i
"นี่เบอร์ใคร!?" เธอตะคอกถามเขาเสียงดัง ยื่นโทรศัพท์มือถือยี่ห้อดังให้เขาดูเบอร์โทรศัพท์ที่หน้าจอ
"หือ..." เขาขมวดคิ้วเล็กน้อย ตาเหลือบมองหน้าจอมือถือ "อ๋อ...โทรผิดน่ะ"
"โทรผิดแล้วทำไมโทรเข้ามาตั้งหลายหน? แล้วทำไมต้องโทรกลับตั้งหลายครั้ง?" เธอยังคงคาดคั้น
"ก็เค้าโทร.มาผิดหลายหน บอกไปตั้งหลายรอบว่าโทรผิด ก็ยังโทรมาบ่อยๆ ผมรำคาญก็เลยโทรไปต่อว่า ให้เค้าเลิกโทรมาซักที" เขาอธิบาย
"แน่นะ?" เธอยังคงข้องใจ
"แน่สิ ผมจะโกหกเธอทำไมล่ะ" เขายืนยัน
"งั้นก็แล้วไป...อย่าให้รู้นะว่าเธอนอกใจฉัน" เธอคาดโทษ
"ไร้สาระน่า" เขาว่าเธออย่างรำคาญ
.....
วันรุ่งขึ้น...
ติ้ด ดี่ ดี่ ดี่ ดี่ ดี่ ดี่ ต๊ะ ด๊ะ ด๊ะ ด๊ะ ดี้ ดี่ ดี่ ดี่...
เสียงริงโทนมือถือของเขาดังขึ้นขณะที่เขากำลังเข้าห้องน้ำ เธอจึงถือวิสาสะหยิบมือถือของเขาขึ้นมาดูเบอร์ที่โทรเข้า
"เบอร์นี้มัน..." เธอขมวดคิ้วเมื่อเห็นเบอร์ที่หน้าจอ มันเป็นเบอร์เดียวกับที่เธอเห็นเมื่อวาน...เบอร์ที่เขาบอกว่า เป็นเบอร์ที่โทรผิด
"ฮัลโหล?" เธอตัดสินใจรับสาย "ฮัลโหล?ๆ" เธอกรอกเสียงลงไปอีกครั้ง แต่ไม่มีเสียงตอบรับจากปลายทาง
"ถ้าไม่พูดจะวางแล้วนะ" เธอพูดเสียงห้วนอย่างเริ่มมีอารมณ์
ติ๊ด... ปลายสายตัดสายไป
"อะไรของเขาเนี่ย" เธอเริ่มงง แต่ก็ตัดสินใจโทร.กลับไปด้วยความหงุดหงิด
ตู๊ดดดด... ตู๊ดดดด... ตู๊ดดดด...
"ฮัลโหล?" ปลายทางรับสาย เป็นเสียงผู้หญิงสาว...นั่นทำให้เธอขมวดคิ้วมากกว่าเดิม
"ฮัลโหล...นั่นใครคะ?" ปลายทางถามอีก...แต่เธอนิ่งเงียบ
"เอ่อ..." เธอตัดสินใจเอ่ยปากขึ้น "เมื่อกี้ได้โทร.มาเบอร์นี้หรือเปล่าคะ?"
"เบอร์คุณเหรอคะ?" ปลายสายถาม
"เอ่อ...ก็...ค่ะ" เธอตอบ ของของเขาก็คือของของเธอ...ของของเธอก็คือของของเธอ
"งั้นสงสัยจะโทร.ผิดน่ะค่ะ ขอโทษทีนะคะ"
"อ่ะค่ะ ไม่เป็นไรค่ะ" เธอตอบ...แล้ววางสาย ก่อนวางโทรศัพท์ไว้ที่เดิม
"ทำอะไรอยู่น่ะ?" เขาถาม เมื่อเดินกลับมาหาเธอ
"ไม่มีอะไร เมื่อกี้มีโทรศัพท์มาน่ะ ฉันก็เลยรับให้" เธอตอบ นั่นทำให้เขาตกใจ
"หา? เธอรับโทรศัพท์ผมเหรอ" เขารีบหยิบโทรศัพท์ขึ้นมา กดดูเบอร์โทรเข้าอย่างรวดเร็ว แล้วขมวดคิ้วมุ่น
"ก็แค่คนโทรผิดน่ะ คนเดิม ไม่รู้อะไรกันนักกันหนา" เธอบ่นอย่างไม่สนใจ
"ทีหลังอย่าทำอีก..." เขาเอ่ยเสียงเย็น
"อะไรของเธอ?" เธอถามอย่างแปลกใจกับท่าทีของเขา
"อย่ารับโทรศัพท์ของผมตามใจชอบอีก เข้าใจไหม?" เขาสั่ง นั่นทำให้เธอเริ่มอารมณ์เสีย
"เธอมีสิทธิ์มาสั่งฉันตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันเป็นแฟนเธอนะ ทำไมจะรับโทรศัพท์เธอไม่ได้ หรือจะมีใครโทรเข้ามาแล้วไม่อยากให้ฉันรู้?" เธอถามอย่างระแวง
"ไม่มีหรอก ผมก็แค่อยากให้เราเคารพสิทธิ์กันและกันบ้าง ก็เท่านั้น"
.....
ตกดึกคืนนั้น...
ตู๊ดๆๆๆๆๆๆ
อีกครั้งที่เธอโทรหาเขาแล้วสายไม่ว่าง หลังจากพยายามมาแล้วเป็นสิบหน จนเธออารมณ์เสียหนักขึ้น จึงตัดสินใจส่งข้อความหาเขา
‘คุยกับใครอยู่? ถ้าไม่โทรกลับมาภายในสิบนาทีนี้ เราเลิกกัน'
...จากนั้นเธอก็นั่งจับเวลารอ...และแล้ว เสียงโทรศัพท์ของเธอก็ดังขึ้น เป็นเขาที่โทรมา เธอกดรับอย่างรวดเร็ว
"สี่นาที สามสิบสองวินาที" เธอเอ่ยขึ้นทันทีที่รับสาย "มัวทำอะไรอยู่หา?"
"ผมขอโทษ ผมคุยกับเพื่อนอยู่" เขาขอโทษมาตามสาย
"นี่เดี๋ยวนี้เห็นเพื่อนสำคัญกว่าฉันเหรอ?"เธอตะคอกเสียงถาม "งั้นเลิกกันเลยดีกว่าไหม?"
"เธอก็รู้ว่าผมเห็นเธอสำคัญที่สุด เมื่อกี้ผมคุยเรื่องโปรเจ็กต์กับเพื่อนอยู่ ยุ่งมากเลย ประชุมสายกันหลายคน เลยไม่ทันรับสายคุณ ขอโทษจริงๆ"
"งั้นก็แล้วไป..." เธอเอ่ยอย่างเข้าใจ ด้วยเคยผ่านช่วงเวลาเดียวกับเขามาก่อน
เขาเป็นนักศึกษาปีสี่ มีงานต้องทำเยอะ ส่วนเธอเรียนจบแล้ว นั่งกินนอนกินอยู่ที่บ้านซึ่งมีกิจการขนส่งใหญ่โต แม้เธอจะไม่ทำอะไรก็อยู่สบายไปทั้งชาติ
.....
สามวันต่อมา...
เขาและเธอมาดูหนังด้วยกันที่ห้างดังแห่งหนึ่ง หลังจากหนังจบ ทั้งคู่ก็มากินข้าวที่ร้านอาหารในห้างนั้น
"ทำไมช่วงนี้เธอไม่โทรหาฉันบ้างเลย" เธอถามเขาอย่างน้อยใจ
"เธอก็รู้ว่าช่วงนี้ผมต้องทำโปรเจ็กต์ ไม่ค่อยมีเวลา" เขาตอบอย่างระอา
"ไม่จริง! ตอนนี้เธอกำลังมีคนใหม่ใช่มั้ยล่ะ? เมื่อก่อนถึงจะยุ่งยังไงเธอก็ยังโทรหาฉันทุกวัน"
"ไร้สาระอีกแล้ว..." เขาพูดอย่างไม่ใส่ใจ
"งั้นส่งโทรศัพท์มา!" เธอสั่ง
"อะไรของคุณอีกเนี่ย? จะเอาไปทำไม"
"ก็เอามาดูไงว่าเธอโทรคุยกับใครบ้าง นอกใจฉันจริงมั้ย"
"นี่เธอไม่เชื่อใจผมขนาดนั้นเลยเหรอ" เขาถามอย่างตัดพ้อ
"ก็พฤติกรรมเธอมันไม่น่าไว้ใจนี่นา ส่งมาเร็ว!"
"เธอนี่นะ..." เขาถอนหายใจ "ผมว่าวันนี้เราคงคุยกันไม่รู้เรื่องแล้วหละ กลับกันดีกว่า" เขาลุกขึ้นเดินออกจากร้าน เธอรีบวิ่งตาม
"จะไปไหน เรายังคุยกันไม่จบนะ" เธอตะโกนเสียงดัง
"ถ้าเธอยังทำตัวอย่างนี้อยู่เราก็คุยกันไม่ได้หรอก" เขาตอบเธอด้วยอารมณ์เช่นกัน
"ผมว่าเราอย่าเจอกันสักพักดีกว่า" แล้วเขาก็เดินจากไป
...ทิ้งเธอให้อยู่ตรงนั้นเพียงลำพัง...
.....
หนึ่งอาทิตย์ผ่านไป...
ไม่มีการติดต่อมาจากเขาเลยตั้งแต่วันนั้น ถึงแม้เธอจะพยายามโทรหาเท่าไหร่เขาก็ไม่ยอมรับสาย
เธอเสียใจ...
เธอเอาแต่ร้องไห้.....
และแล้ว เธอก็ตัดสินใจ.......
.........
เธอเดินทางไปหาเขาที่อพาร์ตเมนท์ของเขา
ขณะที่เธออยู่ที่ลานจอดรถ เธอก็เห็นเขาเดินออกจากอพาร์ตเมนท์มา...กับผู้หญิงสาวคนหนึ่ง
เธอตกใจมาก คิดว่าเขานอกใจเธอแน่...
เธอจะเดินเข้าไปถามเขาให้รู้เรื่อง...
แต่แล้วเธอก็คิดได้ว่า...ผู้ชายปากแข็งอย่างเขา ถึงเธอออกไปตอนนี้เขาก็คงไม่ยอมรับว่านอกใจเธอแน่ๆ
‘ต้องจับให้ได้คาหนังคาเขา' เธอคิดอย่างมุ่งมั่น และตัดสินใจสะกดรอยตามพวกเขาไป
...........
พวกเขาไปกินข้าว...
เขาพาเธอไปช้อปปิ้ง...
เขาซื้อเสื้อผ้า เครื่องประดับสวยๆให้หล่อน...ในขณะที่เธอไม่เคยได้รับจากเขา
เขาปฏิบัติกับหล่อนอย่างที่คนเป็นแฟนกันจะทำให้กัน เทคแคร์หล่อนอย่างดี...ยิ่งกว่าที่ปฏิบัติกับเธอ
เขาและหล่อนเดินเที่ยวด้วยกันจนมืดค่ำ
หลังจากนั้น เขาและหล่อนก็เดินควงกันกลับมาที่อพาร์ตเมนท์ของเขา
ทั้งคู่เดินเข้าห้องไป...และไม่มีใครออกมาจากห้องของเขาเลย...ทั้งคืน
.............
ทุกสิ่งทุกอย่างค่อนข้างชัดเจน...เธอเชื่อว่าเขานอกใจเธอแน่ๆ
‘เย็นนี้มาเจอกันที่โกดังของที่บ้านฉันให้ได้นะ...ไม่งั้นเราจบกัน'
เธอส่งข้อความไปหาเขาตอนสายของวันรุ่งขึ้น...และอยู่รอที่หน้าอพาร์ตเมนต์ของเขาจนกระทั่งเขาออกจากห้องพักในตอนบ่าย...เพื่อเดินทางไปพบเธอ
เธอตัดสินใจไปที่ห้องของเขาเพื่อพิสูจน์บางสิ่งบางอย่างเป็นครั้งสุดท้าย
...............
เธอหยิบโทรศัพท์มือถือของตัวเองขึ้นมากดเบอร์ที่จำได้ขึ้นใจ...แล้วโทรออก
เป็นเบอร์ที่เขาบอกเธอว่าเป็นคนโทร.ผิด
ตู๊ดดด...ตู๊ดดด...ตู๊ดดด...
"ฮัลโหล?" ปลายสายยังคงเป็นเสียงของผู้หญิงคนเดิม
"สวัสดีค่ะ" เธอกรอกเสียงลงไป
"ค่ะ? ใครคะเนี่ย"
"เอ่อ...ขอโทษนะคะ ไม่ค่อยได้ยินเลยเลยค่ะ ตอนนี้คุณอยู่ในห้องรึเปล่าคะ ไม่ค่อยมีสัญญาณเลยค่ะ?
"อ่ะค่ะ งั้นรอเดี๋ยวนะคะขอหาคลื่นก่อน" เสียงย่ำเท้าเดินดังแว่วจากปลายสาย "ได้ยินรึยังคะ"
"ฮัลโหลๆ หนักกว่าเดิมอีกค่ะ แทบไม่ได้ยินเลยค่ะ" เธอตอบ
"แปลกจัง? นี่ก็ออกมาที่ระเบียงแล้วนะ...รอแป๊บนะคะ เดี๋ยวขอออกไปหาคลื่นข้างนอกแป๊บ"
เสียงเดินย่ำเท้าเข้ามาใกล้ เธอที่ยืนอยู่หน้าประตูห้องเขารีบซ่อนโทรศัพท์ของเธอไว้ในกระเป๋าถือ
"แกร๊ก.." ผู้หญิงคนที่ไปเที่ยวกับเขาเมื่อวานเดินออกมาจากห้องทั้งชุดนอน มือถือโทรศัพท์แนบหู
"ฮัลโหลๆ ได้ยินมั๊ยคะ?" เธอพูดกับโทรศัพท์ "ฮัลโหลๆ...อะไรกันเนี่ย?" หล่อนกดวางสายอย่างหัวเสีย ก่อนสังเกตเห็นเธอยืนอยู่ข้างประตูห้อง
"สวัสดีค่ะ" เธอทักหล่อนพร้อมยิ้มให้อย่างเป็นมิตร "เจ้าของห้องไม่อยู่เหรอคะ"
"ออกไปหาเพื่อนน่ะค่ะ คุณเป็นเพื่อนเขาเหรอคะ?" หล่อนถาม
"จะว่าอย่างนั้นก็ใช่ค่ะ แล้วคุณล่ะคะ เป็นอะไรกับเขา ทำไมมาอยู่ห้องเขาได้ล่ะคะ?" เธอถามอีก
"ฉันเป็นแฟนเขาค่ะ" หล่อนตอบชัดถ้อยชัดคำ
"อ้าว เหรอคะ? แปลกจัง...ทำไมฉันไม่เคยรู้เลยล่ะเนี่ย แล้วคบกับเขานานรึยังคะ"
"ก็เกือบครึ่งปีแล้วล่ะค่ะ"
"หรอคะ งั้นฉันขอตัวก่อนนะคะ"
"เอ่อ...แล้วไม่อยู่รอพบเขาก่อนเหรอคะ?" หล่อนถาม
"ไม่จำเป็นหรอกค่ะ" เธอตอบ "ขอให้คุณมีความสุขนะคะ" เธอหันไปยิ้มให้หล่อนอีกครั้ง ก่อนเดินจากมาอย่างเงียบๆ
...โดยไม่มีน้ำตาไหลออกมาเลย...แม้แต่หยดเดียว...
................
"มารอนานหรือยัง" เสียงของเธอที่ดังก้องไปทั่วโกดังทำให้เขาถึงกับสะดุ้ง
"สักพักแล้ว...ว่าแต่เธอเรียกผมมาที่นี่ทำไม มีอะไรจะคุยกับผมเหรอ"
"ฉันจะให้โอกาสเธอเป็นครั้งสุดท้าย...จะเลิกกับฉันไหม?"
"เฮ้! พูดอะไรไร้สาระอีกแล้ว...คุณก็รู้ว่าผมไม่ยอมเลิกกับคุณอยู่แล้ว"
"เพราะอะไรล่ะ?" เธอถามเสียงเย็น
"เพราะอะไร? ถามได้...ก็เพราะผมรักคุณไง"
"นอกจากนั้นล่ะ? เธอมีอะไรจะสารภาพกับฉันไหม?"
"นี่เธอจะอำอะไรผมล่ะเนี่ย? นี่เหรอเรื่องที่จะคุยน่ะ" เขาเริ่มทำท่าระอา...นั่นทำให้เธอถอนใจ
"ไอ้นิสัยปากแข็งนี่ยังไงก็คงเลิกไม่ได้สินะ" เธอพูดเสียงเบาจนเขาแทบไม่ได้ยิน
"เธอว่าอะไรนะ?"
"ช่างมันเถอะ...ที่ฉันเรียกเธอมาก็เพราะมีบางอย่างอยากให้เธอดูน่ะ ตามมาสิ" เธอพาเขาเดินเข้าลึกเข้าไปในโกดังที่เต็มไปด้วยสินค้าเตรียมจัดส่งและรถคอนเทนเนอร์
"จำครั้งแรกที่เราเจอกันได้ไหม? ที่เธอมาขอฝึกงานที่นี่ตอนปีสาม แล้วพ่อฉันแนะนำให้เรารู้จักกัน" เธอถามเขา เขาพยักหน้า "ตอนนั้นฉันก็พาเธอเดินชมโกดังใหญ่เหมือนตอนนี้...แล้วเธอก็บอกว่าเธออยากทำงานที่นี่มาก"
"ใช่ และตอนนี้ผมก็ยังตั้งใจอย่างนั้น" ดวงตาเขาฉายแววมุ่งมั่น
"ตอนนั้นฉันมีที่หนึ่งที่ยังไม่ได้ให้เธอดูน่ะ วันนี้ก็เลยตั้งใจว่าจะให้เธอได้เห็นมัน" เธอหยุดอยู่ที่มุมหนึ่งของโกดัง จัดการกับกลไกบางอย่าง ทำให้พื้นโกดังเปิดออกได้ แล้วปรากฏบันไดที่สามารถลงชั้นล่างได้ "ชั้นใต้ดินของโกดังน่ะ พ่อฉันทำไว้ตั้งแต่สร้างโกดังใหญ่นี้ขึ้นมา"
"เอาไว้ทำอะไรเหรอ" เขาถาม ขณะที่เดินตามเธอลงบันไดสู่ชั้นใต้ดิน
"เดี๋ยวก็รู้..." เธอตอบ
"เปิดแอร์แรงจังนะที่นี่" เขาพูดขึ้น เมื่อร่างกายสัมผัสความหนาวเย็นจากเครื่องปรับอากาศ
"ปกติ" เธอตอบ แล้วเดินนำทางเขามายังห้องห้องหนึ่งซึ่งอยู่ลึกเข้าไปในชั้นใต้ดิน "ที่นี่แหละ" เธอเปิดประตูให้เขา "เข้าไปดูสิ"
"นี่มันห้องอะไรล่ะเนี่ย" เขาลังเลที่จะเข้าไปเนื่องจากภายในห้องนั้นมืดสนิท
"ห้องเก็บสมบัติ...ของฉันน่ะ" เธอพูดยังไม่ทันจบเขาก็เข้าไปในห้องทันที
"จะดีเหรอ ที่ให้ผมมาดูห้องอย่างนี้น่ะ?" เขารีบหาสวิตช์เปิดไฟเพื่อจะสำรวจให้ทั่วห้อง
"อืม...ดีแล้วหละ" เธอตอบ "ตามสบายเลยนะ" เธอออกจากห้องมาในขณะที่เขากำลังคลำหาสวิตช์ไฟ
"แกร๊กๆ" เธอล็อกห้องนั้นทันทีที่ออกมา...แต่เขายังคงไม่สนใจเธอ เมื่อเปิดไฟได้ เขาก็รีบสำรวจตู้และลิ้นชักภายในห้องซึ่งเต็มไปด้วยเครื่องประดับและของมีค่ามากมาย
"กริ๊กๆๆๆ" เธอหมุนปุ่มปรับอุณหภูมิที่อยู่นอกห้องอย่างใจเย็น ลดอุณหภูมิลง...จาก20 เป็น15องศา...จาก15 เป็น10องศา...แล้วก็ลดลงอีก.....
"หนาวนิดๆนะเนี่ย" เขาเริ่มบ่นเมื่อสัมผัสถึงความหนาวเย็นของอากาศภายในห้อง แต่ก็ยังคงสำรวจลึกเข้าไปภายในห้อง...และพบประตูบานหนึ่งที่มีป้ายติดไว้ว่า ‘คอลเล็กชั่นโปรด'
"เฮ้! ห้องนี้ผมเข้าไปดูได้มั้ย?" ไม่มีเสียงตอบจากเธอ "ได้สินะ ไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว...ถึงผมจะไม่ได้อยากรู้อยากเห็นสมบัติของเธอเท่าไหร่ แต่ก็ขอดูหน่อยแล้วกันนะ" เขาพูดกับตัวเอง...แล้วเปิดประตูห้องดังกล่าวเข้าไป
...ขณะที่เธอปรับแอร์ในห้องเก็บสมบัติให้เป็น0องศาเซลเซียส...ให้ใกล้เคียงกับอุณหภูมิปกติภายในห้อง‘คอลเล็กชั่นโปรด'ของเธอ
..................
"นะ...นี่มัน..." เขาครางเสียงสั่น ปากสั่น เมื่อเริ่มรับรู้ได้ถึงความหนาวเหน็บภายในห้องและได้เห็นสิ่งที่เธอเรียกว่า‘คอลเล็กชั่นโปรด'
...นั่นคือร่างชายหนุ่มนับสิบร่างที่คดคู้อยู่กับพื้นและริมกำแพง ในสภาพแข็งไปทั้งตัว...โดยเฉพาะที่‘ปาก'
...แล้วเขาก็รู้สึกได้ว่า...ปากของเขาเริ่มที่จะแข็งขึ้นมาจริงๆแล้วเช่นกัน...
.....................
"เฮ้อ..." เธอถอนหายใจยาวเมื่อเดินขึ้นมาพ้นจากห้องใต้ดิน "หนาวชะมัดเลย...ให้ตายสิ"
-----------------------------------------------------------------------------------