[งานmouse]หายไปพร้อมสายฝน

posted on 17 Jul 2010 02:54 by deathnote50  in Fiction

ในที่สุดก็ได้ฤกษ์อัพบล็อค...ขึ้นปีสามแล้วเหนื่อยแสรด แทบไม่ได้หลับได้นอน ทั้งเรียนทั้งกิจกรรม

จริงๆถ้ารู้จักทำตัวให้ว่างแล้วลดความขี้เกียจลงก็คงจะมีเวลาพักผ่อนแล้วแท้ๆ =_=;;

เรื่องสั้นนี้เพิ่งเขียนเสร็จตะกี้ ว่าจะส่งงานจุลสารmouseของITTAG(ไปเป็นสต๊าฟอยู่)

ไม่รู้จะทันกำหนดส่งรึเปล่า แต่ก็เอามาแปะบล็อคไว้ก่อนเลย ลองอ่านดูเน้อ 

 

หายไปพร้อมสายฝน                                                                                                     

BY: Killer_i

 

...ฝนตกอีกแล้ว...

...ฉันเกลียดวันฝนตกที่สุด...

...เพราะวันที่ฝนตก...เป็นวันที่คนที่ฉันรัก...ได้จากฉันไป...

*****

...หนึ่งปีก่อน...

ฉันยืนหลบฝนอยู่หน้าเซเว่นฯ...ฝนตกหนักมาก และฉันก็ไม่ได้พกร่มมา ขณะที่ฉันกำลังลังเลอยู่ว่าจะวิ่งฝ่าฝนกลับหอพักดีหรือไม่นั้น ก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้นจากด้านข้าง

"เข้ามาในร่มด้วยกันมั้ยครับ"

...นั่นเป็นครั้งแรกที่ฉันได้พบกับเขา...

เขาเดินมาส่งฉันถึงหอพัก ฉันกล่าวขอบคุณเขา เขาตอบขำๆว่า

"ไม่เป็นไร...ไว้โอกาสหน้าเชิญใหม่นะครับ"

*****

...จากนั้นฉันก็ได้เจอเขาอีกหลายครั้ง...

บ่อยครั้งที่ฉันอาศัยร่มเขากลับหอเหมือนครั้งแรก

บางครั้งเขาลืมพกร่ม...ฉันก็ให้เขากลับด้วย

ช่วงหลังๆเราต่างก็มีร่ม...แต่ก็ยังเดินกลับหอด้วยกัน

มีอยู่ครั้งหนึ่ง...ที่เราทั้งคู่ไม่ได้พกร่มมา...และก็ได้วิ่งฝ่าสายฝนกลับหอพร้อมกัน

...เราเริ่มสนิทกันมากขึ้น...จากที่มาส่งที่หน้าหอเฉยๆ เขาก็เริ่มอยู่นั่งคุยกับฉันที่ใต้หอพัก...จากคุยกันนิดหน่อย...ก็กลายเป็นคุยกันมากขึ้น...จนบางครั้งเราก็นั่งคุยกันจนหอปิด...

...พอหมดหน้าฝน...พวกเราก็เริ่มคบกันเป็นแฟน...

...นั่นเป็นช่วงเวลาแสนสุขสำหรับฉัน...

*****

...วันหนึ่งกลางฤดูหนาว...

เราสัญญาว่าจะไปเที่ยวด้วยกัน ฉันหวังว่าอากาศจะแจ่มใส

...แต่แล้วฝนก็ตกลงมาอย่างหนัก...

ฉันรอเขาอยู่หน้าหอพักชั่วโมงกว่า...โทร.หาเขาก็ไม่รับ

...เขาคงไปติดฝนอยู่ที่ไหนสักแห่ง...ฉันเชื่อย่างนั้น...

...แล้วเขาก็มาหาฉันจนได้...โดยช้ากว่าเวลานัดสองชั่วโมง...

...แต่เขาไม่ได้มาคนเดียว...เขามาพร้อมผู้หญิงคนหนึ่ง...

...เขาบอกว่า...เขาเจอเธอติดฝนอยู่ จึงอาสามาส่งเธอ และบังเอิญว่าเธออยู่หอเดียวกับฉันพอดี พอฝนซา ทั้งคู่จึงเดินมาด้วยกัน...

...อยู่ใต้ร่มคันเดียวกันกับเขา...เหมือนอย่างที่ฉันเคยเป็น...

*****

วันเวลาผ่านไป...ฤดูฝนเวียนมาอีกครั้ง

ฉันกับเขายังคงคบกันอยู่เหมือนเดิม แต่ด้วยชั้นปีที่สูงขึ้น ทำให้เราต่างคนต่างก็มีภาระหน้าที่เป็นของตัวเอง จึงไม่ค่อยมีเวลาให้กันเหมือนเมื่อก่อน

...แต่เราทั้งคู่ก็ยังรักกันดี...

...ฉันเชื่อเช่นนั้น...

*****

"เขามีคนใหม่"

...หลายเสียงบอกกับฉัน..แต่ฉันไม่เชื่อว่ามันจะเป็นความจริง...

...หรือฉันอาจจะรู้อยู่แล้ว...แต่แค่ไม่อยากยอมรับ..เท่านั้นเอง...

...ฉันตัดสินใจไปหาเขาที่ห้องในกลางดึกคืนหนึ่ง เพื่อถามเขาถึงเรื่องข่าวลือที่เกิดขึ้น...และเพื่อยืนยันว่า...ฉันกับเขา เรายังรักกันดีอยู่...

...คืนนั้นห้องของเขาล็อกอยู่...ไฟปิดเงียบ...ฉันใช้กุญแจสำรองที่มี ไขประตูห้องของเขาเข้าไป...

...ฉันพบรองเท้าสองคู่อยู่หน้าห้อง...

...และพบร่างสองร่างอยู่บนเตียง...

...คืนนั้น...ฝนตกลงมาอย่างหนัก...

...ฉันเดินตากฝนออกจากที่นั่นมาเพียงลำพัง โดยที่ไม่มีน้ำตาไหลลงมาแม้แต่หยดเดียว...

...คืนนั้น..ตรงกับวันที่ฉันกับเขาพบกันครั้งแรกเมื่อหนึ่งปีก่อน...

...ฉันไม่ได้กับบอกใคร...ว่าฉันได้แวะไปหาเขาที่ห้อง...

*****

...ฉันกลับมาอยู่ที่บ้านของตัวเองตั้งแต่คืนนั้น...

...ใช่...คืนนั้นฉันบอกกับใครๆว่าจะเดินทางกลับบ้านที่ต่างจังหวัด...ฉันจองรถทัวร์ไว้แล้ว...และฉันก็ขึ้นรถตามกำหนดการเดิม...หลังกลับจากห้องของเขา...

นั่นหมายความว่า...คืนนั้นทั้งคืน...ฉันอยู่บนรถทัวร์ และกำลังเดินทางกลับบ้าน

*****

...เมื่อฉันกลับมาที่มหาลัย...ก็ได้พบกับข่าวเกี่ยวกับเขา...

...เขาตายแล้ว...

...ถูกสายโทรศัพท์รัดคอตายในห้องพักของตัวเอง...

...ผู้ต้องสงสัยมีเพียงหนึ่ง...คือผู้หญิงที่อยู่กับเขาในคืนนั้น...คู่นอนของเขา...อีกคนที่เขาเจอในวันฝนตก...เธอคนนั้น...

ประตูห้องถูกล็อก มีเพียงรอยนิ้วมือของเขาและเธอติดอยู่บนอาวุธ ตรวจพบแอลกอฮอล์ในร่างกายของทั้งคู่

...ตำรวจสรุปว่า...สาเหตุของการฆาตกรรมน่าจะมาจากเรื่องชู้สาว เธอคือคนร้าย...ก่อเหตุเพราะความหึงหวงบวกกับอาการเมาจนขาดสติ...

...ฉันถูกเรียกไปสอบปากคำในฐานะแฟนสาวของผู้ตาย...ที่ไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้แต่อย่างใด...

...ฉันร้องไห้ไปมากมายระหว่างถูกสอบปากคำ...

...ผู้คนต่างเห็นใจฉัน...

...แล้วคดีนี้ก็จบลง...

*****

...เหตุการณ์นั้นผ่านมาได้ครึ่งปีแล้ว...แต่ทุกครั้งที่ฝนตก...ฉันก็จะนึกถึงเรื่องระหว่างฉันกับเขาขึ้นมาทุกที...

...ฉันหุบร่ม...ยืนตากฝนอย่างที่ไม่ได้ทำมานาน...เงยหน้ามองท้องฟ้าที่หม่นหมอง...แล้วน้ำตาก็ไหลออกมาปะปนกับน้ำฝน...

...ฉันจะทนกับความรู้สึกนี้ได้อีกนานแค่ไหนกันนะ...

...ความรู้สึกอึดอัด เหมือนหัวใจถูกบีบ...

...ความหวาดกลัวในบางสิ่งบางอย่างที่อาจจะคืบคลานเข้ามาเมื่อไหร่ก็ได้...ความหวาดหวั่น วิตกกังวล หวาดระแวง...

...และอาจจะมีเศร้าเสียใจปะปนอยู่บ้าง...

...ฉันคงจะเป็นแบบนี้ไปอีกพักใหญ่...

...อย่างน้อยก็จนกว่าคดีจะหมดอายุความ...

*****

...ให้ตายสิ...

...ฉันน่าจะทำรอยสายโทรศัพท์ไว้ที่มือของผู้หญิงคนนั้นด้วย...

-จบ-

ภาพประกอบ...สมัยเริ่มคบกันใหม่ๆ...วาดหลังแต่งเสร็จ

เรื่องนี้ ชอบ-ไม่ชอบยังไง ติชมได้นะคะ ^^

***หมายเหตุ เอนทรี่นี้ยาวนรก(และมี2พาร์ท) มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับศิลปินเกาหลี+ความบ้าของเจ้าของบล็อก
                     ใครไม่พอใจปิดไปโลดนะจ๊ะ***

เรื่องคราวนี้มันเริ่มมาจากการที่อี5คนนั้นมันมาเยือนไทยอีกครั้งในรอบ2ปี(รึเปล่าหว่า?)

ไอ้เราก็ไปรอที่งานแถลงข่าวตั้งแต่เที่ยงครึ่ง...แหกขี้ตาไปกัน2คนกะไอ้เมย์(ต้องแหกขี้ตาจริงๆ เพราะช่วงนี้ตื่นบ่ายตลอด)

...ร้อนมวากกกกก กำหนดการว่ามันจะมาทุ่มนึ่ง ดีที่มีร่ม ก็นั่งรอเรื่อยๆ อ่านรีบอร์น ฟังเพลงบิ๊กแบงที่เค้าเปิด...

แล้วช่วงโคฟขึ้น คนก็เริ่มยืน เบียดเสียด ยัดเยียดกันเพื่อไปที่หน้าๆ ไอ้เราทั้งคู่ก็เบียดฝูงชนจนได้เข้าไปอยู่แถวหน้าๆของโซนปกติแล้วนะ(ครือ...มันจะแบ่งเป็ยโซนปกติกะโซนวีไอพีซึ่งใกล้เวทีระดับเดียวกะสื่อมวลชน)

ก็ยืนดูโคฟเวอร์กันไป(มีโชว์เป็นช่วงๆ)...แล้วก้อจะมีช่วงคั่นรายการคือกิจกรรมบนเวทีชิงของที่ระลึกbangsจากYG...ก็ไม่ได้ออกไปหรอกเพราะเค้าจะให้เต้น ไอ้เราก้อไม่มั่นใจ(และออกไม่ได้) ก็เลยได้แต่ดู

ระหว่างนั้นคนหลังๆก็เริ่มนั่งกัน(อีกครั้ง...หลังพ้นช่วงแย่งชิงอาณาเขต) ไอ้เรา2อยู่หน้าๆก็นั่งไม่ได้ไง ก็ยืนอยู่ตรงนั้นพักใหญ่

แล้วความล่อกแล่ก+ลังเลก็ปรากฎ...เพราะเค้าประกาศมาว่าคนที่ซื้อของeversenseในงานยอดสูงสุด15คนแรกจะได้ฟังแถลงข่าวในโซนวีไอพี ได้ซีดีพร้อมลายเซ็นบิ๊กแบง

ไอ้เราทั้งคู่ที่เริ่มร้อนและหน่าย น้ำท่า ข้าวปลาไม่มีกิน ก็เลยตกลงกันว่าจะไปดูยอดก่อน...ถ้าอยู่ในเรตที่จ่ายไหวก็ไม่แน่(ตั้งใจว่าคนละไม่เกิน2พันก็จะสู้อยู่)

พอออกไปดู เค้าจะอัพเดทยอดให้ดูเรื่อยๆ...อันดับหนึ่ง6000บาท...ป๊าดดดดดดดด จะทุ่มทุนไปไหน

อันดับท้ายสุดอยู่ที300กว่าบาท ก็คิดว่าคงพอมีหวัง ก็เลยเค้าไปหาน้ำหาท่ากินในสยาม แล้วก็รอเพื่อนไปด้วย(ไอ้ก้อยมันจะตามมาดูด้วย)

ทั้งคู่กะว่า5โมงเย็นค่อยมาดูยอดอีกที แล้วตัดสินใจว่าจะซื้อไม่ซื้อทีหลัง(ปิดยอด5โมงครึ่ง)

แต่พอมาดูอีกที...อันดับท้ายสุดมัน1500แล้วว่ะ แล้วพอดูรายละเอียดอีกที...มันให้รับซีดีหลังงานเลิก ไม่ใช่ได้รับจากมืออย่างที่เราเข้าใจ...ก็เลยเลิกล้มความคิดที่จะลงทุน..เพราะคิดว่าไม่ค่อยคุ้มแระ(ส่วนตัวนะ)

ที่นี้ก็เลยเข้ามาเบียดเสียดอีกทีจนได้ที่ติดโซนกลาง เป็นช่องที่เค้ากันรั้วไว้ให้พี่ๆสื่อมวลชนเข้าออก(มั้ง) มีพี่การ์ดเฝ้าอยู่3-4คน ไอ้เราก็มีน้ำกินคนละขวด...พอนานไปมันก็หมด ก็นั่งแห้งยืนแห้งรอบิ๊กแบง...ร้อนตับแล่บ

พี่การ์ดก็ใจดี(รึจำใจ?) เราขอน้ำกินพี่แกก็แบ่งให้(เทใส่ขวดเรา) ก็ชวนพี่แกคุยโน่นคุยนี่ แล้วก็ได้รู้ว่างานแถลงข่าวนี้จ้างการ์ดมา10คนถ้วน....เออนะ คนมาดูเป็นแสน(เวอร์) เอาเป็นว่าล้นลานพาร์คพารากอนแล้วกัน

พอเริ่มเย็นย่ำ เค้าก็ประกาศยอดคนซื้อสูงสุด...อันดับหนึ่ง 2หมื่นกว่าบาท...แม่เจ้า!!! ทุ่มทุนโคตร

ส่วนอันดับสุดท้าย ฟังไม่ทัน...แต่รู้สึกว่าจะหมื่นกว่าๆ...ดีนะ ที่ตรูไม่สู้

แล้วพักนึงเค้าก็เปิดงาน แล้วก็มีเพลงบิ๊กแบงขึ้น มีหนุ่มเสื้อแดงคนหนึ่งโผล่ขึ้นมาบนเวที

หัวตั้ง...ใส่แว่น...นั่นมันทีโอพี่จากเอ็มวีgara gara go! ชัดๆ...แต่พอคนอื่นๆออกมาถึงได้รู้ว่าเป็นวงโคฟ

แต่วงนี้พี่เบ้หล่อมวากกกกก...ในขณะที่ลีดเดอร์...เอ่อ...ขอข้ามไปละกัน

แล้วเค้าก็เนียนโชว์โคฟไปเรื่อยๆ...จนราวๆทุ่มครึ่ง...เหล่าพระเอกของงานจึงได้โผล่มา...

ก็มีเปิดตัวนางเอกโฆษณา และสัมภาษณ์กันไป

ก็ได้เห็นทั้ง5ในระยะไกลแสนไกล เห็นพวกมันในขนาดเท่าฝ่ามือ...

ตอนพวกมันพูดทีเค้าก้อบอกอย่าเพิ่งกรี๊ด ไว้กรี๊ดตอนเค้าพูดจบ...ก็กรีดกันจัง อีนี่อยากฟังเสียงก็โดนกลบหมด

...ถึงแม้ฉันจะหลุดกรี๊ดไปหนนึงก็เหอะ...

งานนี้ขอบอกว่าแดซองน่ารักมั่กๆ ยิ้มตลอดงาน พี่เบ้ก็ยิ้มน่าร๊ากกกกก อีเน่กะโป้ก็ปกติ

แต่อีจีไม่อยากจะยิ้มเลย ไม่ค่อยพูดค่อยจาด้วย(มารู้ทีหลังว่ามันผื่นขึ้น...สงสัยแพ้อากาศร้อน) แต่ก็ยังอุตส่าห์เซอร์วิสคนดูตั้งหลายที(ใครไปคงรู้...มีการท้าวเอวโพสท่าตอแXลด้วย)

พอประมาณ2ทุ่มพวกมันก็กลับ...อ้อมีการกอดผู้โชคดีบนเวทีด้วย(อิจฉา) โดยอีจีและทีโอพี...แง่มๆ

จากนั้นพองานเลิกก็ไปหาน้ำกินที่เดิม...กว่าจะเบียดฝูงชนเข้าไปได้

แล้วก็มารู้ทีหลังว่าพวกนั้นมันไปเดินสยามเซ็นกัน...ไม่ทันตาม ก็หนูไม่รู้

 

...แล้วก็กลับหอมาด้วยความเหนื่อย+เซ็ง...เนื่องจากคนเยอะมวากกกกกก...และรู้สึกว่าจะมีV.I.P.จริงๆไม่ถึงครึ่ง

นอกนั้นก็...เอ่อ...คนที่คุณก็รู้ว่าใคร กะคนที่อยู่ว่างๆก็มาดูซะหน่อย และคนที่อยากรู้ว่าเค้าทำอะไรกันแค่นั้น

งานนี้เค้าปิดข่าวกันมาก...เรื่องไปถ่ายต่อที่ไหน อะไร ยังไง กลับวันไหน จะทำอะไรอีกบ้าง แทบไม่มีคนรู้

ไอ้เราก็เพิ่งเข้าวงการนี้ได้ไม่นาน ก็ไม่ค่อยรู้จักใคร ก็ไม่รูจะตามยังไงถูก ไม่เคยตามด้วยก็เลยกลับไปเฉยๆ

ไม่ทันได้ส่งพวกมันขึ้นรถที่สยามเซ็นเตอร์ด้วย...เศร้า แต่ก็ปลอบตัวเองว่า เอาวะ...อย่างน้อยก็ได้เห็นแล้วน่า

--------หลังงานนั้น วันที่3 ก็ไม่ได้มีอะไรเกิดขึ้น ไปขายสลากกาชาด งานกาชาดตามปกติ--------

แต่แล้ว...สิ่งที่เปลี่ยนแปลงวิถีชีวิต(ในช่วงนั้นของอิชั้น)ก็เกิดขึ้นในเช้าวันรุ่งขึ้นนั่นเอง!!!

วันที่4...กะวันที่5 มีเรื่อง

เกิขึ้นอีกมากมาย มีคนเกี่ยวข้องอีกหลายคน...ต้องขอบคุณพวกเขาเหล่านั้นจริงๆที่ทำให้ในที่สุดก็ได้เจอbigbangแบบใกล้สุดๆ...ที่สุดในชีวิตเลยหละ...แบบคุ้มจริงๆ ไม่เสียแรงที่พยายามมากมาย มีเรื่องประทับใจเยอะแยะ...จะเก็บไว้เป็นความทรงจำที่ดีตลอดชีวิต(และหวังว่าจะได้ไปอีก)

 ...นั่นคือประสบการณ์การตามbigbangครั้งแรก...

รายละเอียดไว้ลงในpart2ที่จะอัพเร็วๆนี้แหละ